วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

นวัตกรรมน้ำยางไทย

เมื่อไม่กี่วันมานี้.....นายมนตรี คงตระกูลเทียน กรรมการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พาสื่อมวลชนไปเยือนแปลงยางพาราโครงการยางล้านไร่...แล้วบอกว่า

....หลังจบโครงการยางล้านไร่ ยังคงดำเนินการผลิตกล้ายางชำถุง เช่นเดิม พร้อมทั้ง พัฒนาคุณภาพน้ำยางดิบ ด้วย นวัตกรรมใหม่

ส่วนการผลิตกล้ายาง....ปีนี้ผลิตพันธุ์ JVP80 ราวๆ 400,000 ต้น และก็มีการจองไปแล้ว 300,000 ต้น จึงไม่ค่อยจะเป็นห่วงในเรื่องของตลาดเท่าใดนัก ซึ่ง เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ กับ อีสาน

เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลโรงเรือนผลิตกล้ายาง ในจังหวัดเชียงราย พะเยา กำแพงเพชร เลย อุดรธานี และบุรีรัมย์ ทั้ง 6 แห่งของบริษัทฯ ให้ เร่งรีบส่งมอบกล้ายางให้แล้วเสร็จภายในฤดูฝนนี้...พร้อมทั้งให้คำ แนะนำการดูแลหลังการปลูก แก่เกษตรกรทุกราย....

...กล้ายางทั้งหมดที่จะส่งมอบให้กับเกษตรกร บริษัทฯควบคุมคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอนตามหลักวิชาการ เช่นเดียวกับกล้ายางในโครงการยางล้านไร่ และจากการตรวจสอบที่ส่งมอบให้กับเกษตรกรเมื่อปีที่แล้ว (2551) พบว่าอัตราการรอดสูงกว่า 90%...เกษตรกรส่วนใหญ่พอใจ

เพราะขั้นตอนการผลิตมีการตรวจสอบตอตาเขียว ในแปลงของเกษตรกร ที่รับจ้างผลิต โดยต้องมีอัตราการรอดไม่น้อยกว่า 80% ตามเกณฑ์กรมวิชาการเกษตร ถึงจะนำมาผลิตเป็นยางชำถุง

จากนั้นถูกถามถึง นวัตกรรมใหม่ ซึ่ง กรรมการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืช ครบวงจรเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่า.....เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตจากโครงการยางล้านไร่ที่จะออกสู่ตลาดในปีหน้า

บริษัทฯอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการพัฒนาเครื่องกรีดยางระบบปิด ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถกรีดน้ำยางได้เร็วขึ้น ได้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น และจะ ทำให้น้ำยางดิบมีคุณภาพไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งเจือปน เหมือนที่ผ่านมา

ล่าสุด งานวิจัยนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเปรียบเทียบวัสดุที่เหมาะสม ในการผลิตเชิงพาณิชย์ จากนั้นทางทีมงานจะนำไปทดสอบอีกครั้งในแปลงสวนยางของเกษตรกร คาดว่าใช้เวลาราวครึ่งปีก็จะแล้วเสร็จสมบูรณ์

ทั้งนี้ เนื่องจากว่า ผู้ประกอบการหลายรายจากญี่ปุ่นและจีนระบุตรงกันว่า...หากแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งเจือปนในน้ำยางดิบได้ก็พร้อมจะสั่งซื้อน้ำยางดิบจากไทยเพิ่มขึ้น

เพราะ...แต่ละปีอุตสาหกรรมรถยนต์และที่เกี่ยวข้องมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติสูง ถึง 860,000 และ 1,680,000 ตัน แต่ ไทยสามารถส่งน้ำยางดิบไปญี่ปุ่น และ จีน เพียง 400,000 และ 960,000 ตันเท่านั้น

ปัจจัยนี้ จึงเป็นการ การันตีว่ายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักย- ภาพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย ได้ทั้งในวันนี้และอนาคตอย่างแน่นอน...!!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น