เมื่อไม่กี่วันมานี้.....นายมนตรี คงตระกูลเทียน กรรมการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พาสื่อมวลชนไปเยือนแปลงยางพาราโครงการยางล้านไร่...แล้วบอกว่า
....หลังจบโครงการยางล้านไร่ ยังคงดำเนินการผลิตกล้ายางชำถุง เช่นเดิม พร้อมทั้ง พัฒนาคุณภาพน้ำยางดิบ ด้วย นวัตกรรมใหม่
ส่วนการผลิตกล้ายาง....ปีนี้ผลิตพันธุ์ JVP80 ราวๆ 400,000 ต้น และก็มีการจองไปแล้ว 300,000 ต้น จึงไม่ค่อยจะเป็นห่วงในเรื่องของตลาดเท่าใดนัก ซึ่ง เกษตรกรส่วนใหญ่นำไปปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ กับ อีสาน
เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลโรงเรือนผลิตกล้ายาง ในจังหวัดเชียงราย พะเยา กำแพงเพชร เลย อุดรธานี และบุรีรัมย์ ทั้ง 6 แห่งของบริษัทฯ ให้ เร่งรีบส่งมอบกล้ายางให้แล้วเสร็จภายในฤดูฝนนี้...พร้อมทั้งให้คำ แนะนำการดูแลหลังการปลูก แก่เกษตรกรทุกราย....
...กล้ายางทั้งหมดที่จะส่งมอบให้กับเกษตรกร บริษัทฯควบคุมคุณภาพการผลิตในทุกขั้นตอนตามหลักวิชาการ เช่นเดียวกับกล้ายางในโครงการยางล้านไร่ และจากการตรวจสอบที่ส่งมอบให้กับเกษตรกรเมื่อปีที่แล้ว (2551) พบว่าอัตราการรอดสูงกว่า 90%...เกษตรกรส่วนใหญ่พอใจ
เพราะขั้นตอนการผลิตมีการตรวจสอบตอตาเขียว ในแปลงของเกษตรกร ที่รับจ้างผลิต โดยต้องมีอัตราการรอดไม่น้อยกว่า 80% ตามเกณฑ์กรมวิชาการเกษตร ถึงจะนำมาผลิตเป็นยางชำถุง
จากนั้นถูกถามถึง นวัตกรรมใหม่ ซึ่ง กรรมการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพืช ครบวงจรเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่า.....เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ผลผลิตจากโครงการยางล้านไร่ที่จะออกสู่ตลาดในปีหน้า
บริษัทฯอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการพัฒนาเครื่องกรีดยางระบบปิด ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถกรีดน้ำยางได้เร็วขึ้น ได้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น และจะ ทำให้น้ำยางดิบมีคุณภาพไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งเจือปน เหมือนที่ผ่านมา
ล่าสุด งานวิจัยนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเปรียบเทียบวัสดุที่เหมาะสม ในการผลิตเชิงพาณิชย์ จากนั้นทางทีมงานจะนำไปทดสอบอีกครั้งในแปลงสวนยางของเกษตรกร คาดว่าใช้เวลาราวครึ่งปีก็จะแล้วเสร็จสมบูรณ์
ทั้งนี้ เนื่องจากว่า ผู้ประกอบการหลายรายจากญี่ปุ่นและจีนระบุตรงกันว่า...หากแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งเจือปนในน้ำยางดิบได้ก็พร้อมจะสั่งซื้อน้ำยางดิบจากไทยเพิ่มขึ้น
เพราะ...แต่ละปีอุตสาหกรรมรถยนต์และที่เกี่ยวข้องมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติสูง ถึง 860,000 และ 1,680,000 ตัน แต่ ไทยสามารถส่งน้ำยางดิบไปญี่ปุ่น และ จีน เพียง 400,000 และ 960,000 ตันเท่านั้น
ปัจจัยนี้ จึงเป็นการ การันตีว่ายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักย- ภาพและทำรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย ได้ทั้งในวันนี้และอนาคตอย่างแน่นอน...!!
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อดจะหวาดกลัวไม่ได้กับความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว อันหนึ่งมาจากพฤติกรรมที่หลอกลวงของฝ่ายชาย เราคงเคยได้ยินสถิติเกี่ยวกับหนุ่มๆมาบ้างว่า กว่าครึ่งของผู้ชายมักมีประวัติเกี่ยวกับ
ชายนิรนามคาดเป็นชาวเอเชีย กินยาฆ่าตัวตายที่ชายหาดแหลมสะพานหินภูเก็ต สภาพศพเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว ตร.เร่งหาสาเหตุ...
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ร.ต.อ.เอกพจน์ สังเมียน ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งพบศพชายนิรนามเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุบริเวณชายหาดปลายแหลมสะพานหิน ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดยาว ด้านหน้าเป็นสวนสาธารณะ พบผ้าใบสีเขียวเข้มขนาดกลางปูไว้ที่พื้นหญ้าห่างจากชายหาดประมาณ 5 เมตร มีกระเป๋ากีฬาแบบสะพายสีขาว ภายในมีแว่นสายตา ยาสีฟัน น้ำยาบ่วนปากและขวดยาไม่ทราบชนิด 1 ขวด วางอยู่
ใกล้กันมีกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ ผ้าขนหนูสีขาว รองเท้าแตะหนังสีดำและบุหรี่ 1 ซอง ห่างไปเล็กน้อยบริเวณโขดหินมีแก้วพลาสติกใสภายในมีของเหลวสีเขียว และขวดพลาสติกสีขาวทึบแสง ข้างขวดระบุชื่อยาฆ่าหญ้ายี่ห้อหนึ่งวางอยู่ ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรบริเวณชายหาดพบศพชายอายุระหว่าง 40-50 ปี สูงประมาณ 150-155 เซนติเมตร ผิวขาวเหลือง ไว้ผมรองทรงสั้น ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงในสีดำนอนอยู่ ศพมีบาดแผลถลอกที่ข้อศอกขวาและหลัง ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่า เสียชีวิตไม่เกิน 6 ชั่วโมง ใกล้ศพมีกางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อยืดแขนสั้นสีครีมตกอยู่ใกล้กับเศษอาหารที่อาเจียนออกมา นอกจากนั้น ยังพบกัญชาแห้งบรรจุในกระดาษ 1 ห่อ เกล็ดยาไม่ทราบชนิดถูกห่อหระดาษไว้ 1 เกล็ด ถุงยางอนามัยยังไม่ได้ใช้ 1 อัน และเงินสด 216 บาทในกระเป๋ากางเกง
เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ร.ต.อ.เอกพจน์ สังเมียน ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งพบศพชายนิรนามเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุบริเวณชายหาดปลายแหลมสะพานหิน ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดยาว ด้านหน้าเป็นสวนสาธารณะ พบผ้าใบสีเขียวเข้มขนาดกลางปูไว้ที่พื้นหญ้าห่างจากชายหาดประมาณ 5 เมตร มีกระเป๋ากีฬาแบบสะพายสีขาว ภายในมีแว่นสายตา ยาสีฟัน น้ำยาบ่วนปากและขวดยาไม่ทราบชนิด 1 ขวด วางอยู่
ใกล้กันมีกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ ผ้าขนหนูสีขาว รองเท้าแตะหนังสีดำและบุหรี่ 1 ซอง ห่างไปเล็กน้อยบริเวณโขดหินมีแก้วพลาสติกใสภายในมีของเหลวสีเขียว และขวดพลาสติกสีขาวทึบแสง ข้างขวดระบุชื่อยาฆ่าหญ้ายี่ห้อหนึ่งวางอยู่ ห่างออกไปประมาณ 10 เมตรบริเวณชายหาดพบศพชายอายุระหว่าง 40-50 ปี สูงประมาณ 150-155 เซนติเมตร ผิวขาวเหลือง ไว้ผมรองทรงสั้น ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงในสีดำนอนอยู่ ศพมีบาดแผลถลอกที่ข้อศอกขวาและหลัง ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่า เสียชีวิตไม่เกิน 6 ชั่วโมง ใกล้ศพมีกางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อยืดแขนสั้นสีครีมตกอยู่ใกล้กับเศษอาหารที่อาเจียนออกมา นอกจากนั้น ยังพบกัญชาแห้งบรรจุในกระดาษ 1 ห่อ เกล็ดยาไม่ทราบชนิดถูกห่อหระดาษไว้ 1 เกล็ด ถุงยางอนามัยยังไม่ได้ใช้ 1 อัน และเงินสด 216 บาทในกระเป๋ากางเกง
ตะลึงเยาวชนไทย ขายตัว-สวิงกิ้ง เอดส์-จิตมีปัญหา
ตะลึง! พม.เผยเยาวชนไทยเต็มใจขายตัว สวิ้งกิ้ง นอนชั่วคราวกับมีปัญหาทางจิตเพิ่มขึ้น สาวอายุต่ำกว่า 20 ปีตั้งท้องส่อพุ่ง เครื่องดื่มเหล้าปั่นมาแรง หลายหน่วยงานกำลังเร่งหาทางแก้ไข...
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่โรงแรมแม็กซ์ นายอานัติ แย้มอยู่ ผอ.กลุ่มการคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิเด็ก (สท.) เปิดเผยถึง "สถานการณ์เด็กและเยาวชนในปัจจุบัน" ว่า เยาวชน 32.4% มองการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ การมีคู่นอนชั่วคราว รวมถึงการสวิงกิ้ง การขายบริการทางเพศโดยเต็มใจมีจำนวนมากขึ้น ทั้งยังพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมมีแนวโน้มที่สูงขึ้น การดื่มเครื่อง ดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในหมู่เด็กเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล้าปั่น นอกจากนี้ ยังพบเด็กอายุ 6-18 ปี เกือบ 8 แสนคน มีปัญหาทางสุขภาพจิต ตั้งแต่วิตกจริต เครียดจนถึงคิดฆ่าตัวตาย น่าวิตกอย่างยิ่ง การใช้สารเสพติดก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกปี รวมไปถึงวัยรุ่นที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยครอบครัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมภายนอกกระตุ้นเร้าให้วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น ทางป้องกันต้องเริ่มจากการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว สนับสนุนองค์กรชุมชนและการให้เด็กมีส่วนร่วมดูแลป้องกันปัญหาเยาวชน
ด้าน นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาองค์การแพธ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 20,000 คนต่อปี ที่น่าห่วงคือพบเด็กเยาวชนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรคเอดส์มากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์รับบริจาคโลหิตพบ 5 ใน 1,000 คน ที่มาบริจาคเลือดพบการติดเชื้อเอชไอวี ในจำนวนนี้มีกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย รวมทั้งโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ สำรวจพบเยาวชนไทยใช้ถุงยางแค่ 50% และสอบตกเรื่องความรู้การมีเพศสัมพันธ์ และจากการที่องค์การแพธและเครือข่ายต่างๆ จัดโครงการเลิฟแคร์ "กล้ารัก กล้าเช็ก" โดยเปิดคลินิกให้คำปรึกษาและบริการตรวจเช็กสุขภาพทางเพศแบบครบวงจรกับวัยรุ่น พบอัตราการติดเชื้อของวัยรุ่นในกรุงเทพฯที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ติดเชื้อเอชไอวี 1.6% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก
"ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากการค้าสมัยใหม่ที่สื่อและกระตุ้น เด็กให้มีเพศสัมพันธ์กันง่ายและมากขึ้น ทั้งผ่านโทรศัพท์ มือถือ อินเตอร์เน็ต รวมถึงการที่เด็กในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอยู่กันเป็นคู่มากขึ้น ทั้งยังมีทัศนคติเดิมๆ ที่คิดว่าโรคเอดส์เป็นเรื่องของคนกลุ่มเสี่ยง แต่จริงๆแล้ว เอชไอวีอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด" นพ.วัชระกล่าว
วันเดียวกัน นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงโครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยวัยเรียน อายุ 6-11 ขวบ มีเด็กเข้าร่วมโครงการ 1,732 คน ผลการดำเนินงานพบว่า 4 อันดับปัญหาด้านอารมณ์ และจิตใจของเด็ก ได้แก่ 1. ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน 2. ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว 3. ปัญหาสมาธิสั้น/ อยู่ไม่นิ่ง และ 4. ปัญหาด้านอารมณ์ ซึ่งกรมสุขภาพจิต ได้ให้การช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยง โดยการจัดกิจกรรมผ่านศูนย์การเรียนรู้ ผลปรากฏว่าเด็กดีขึ้น มีปัญหาลดลง
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังได้ร่วมกับ สสส. พัฒนาเครื่องมือวัดต้นทุนชีวิตเด็กวัยเรียน และดำเนินการสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งทางจิตใจของเด็ก เพื่อหาแนวทางพัฒนาความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ได้อย่างตรงจุด โดยการสำรวจเด็กวัยเรียน จำนวน 1,080 คน ใน 4 ภาค 9 จังหวัด ผลการสำรวจพบว่า เด็กไทยมีความเข้มแข็งภายในตนเอง ด้านคุณค่าของตน ร้อยละ 92.0 ด้านสติปัญญาการเรียนรู้ ร้อยละ 67.8 ส่วนปัจจัยเสริมความเข้มแข็งของเด็กจากภายนอก ได้แก่ การสนับสนุนจากครอบครัว ร้อยละ 61.5 จากเพื่อนและโรงเรียน ร้อยละ 58.6 และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนเพียงร้อยละ 54.5
ขณะที่ พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นปัญหาที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการดำเนินชีวิตทางสังคม ของเด็ก หากเด็กไม่สามารถเข้าไปรวมกลุ่มเพื่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ได้ จะทำให้เกิดความ เครียดจนหันเหไปอยู่กับกลุ่มที่สร้างปัญหาให้กับสังคม
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่โรงแรมแม็กซ์ นายอานัติ แย้มอยู่ ผอ.กลุ่มการคุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิเด็ก (สท.) เปิดเผยถึง "สถานการณ์เด็กและเยาวชนในปัจจุบัน" ว่า เยาวชน 32.4% มองการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งเป็นเรื่องปกติ การมีคู่นอนชั่วคราว รวมถึงการสวิงกิ้ง การขายบริการทางเพศโดยเต็มใจมีจำนวนมากขึ้น ทั้งยังพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมมีแนวโน้มที่สูงขึ้น การดื่มเครื่อง ดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในหมู่เด็กเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล้าปั่น นอกจากนี้ ยังพบเด็กอายุ 6-18 ปี เกือบ 8 แสนคน มีปัญหาทางสุขภาพจิต ตั้งแต่วิตกจริต เครียดจนถึงคิดฆ่าตัวตาย น่าวิตกอย่างยิ่ง การใช้สารเสพติดก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นทุกปี รวมไปถึงวัยรุ่นที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจัยครอบครัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมภายนอกกระตุ้นเร้าให้วัยรุ่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น ทางป้องกันต้องเริ่มจากการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว สนับสนุนองค์กรชุมชนและการให้เด็กมีส่วนร่วมดูแลป้องกันปัญหาเยาวชน
ด้าน นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาองค์การแพธ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 20,000 คนต่อปี ที่น่าห่วงคือพบเด็กเยาวชนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรคเอดส์มากขึ้น โดยข้อมูลจากศูนย์รับบริจาคโลหิตพบ 5 ใน 1,000 คน ที่มาบริจาคเลือดพบการติดเชื้อเอชไอวี ในจำนวนนี้มีกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย รวมทั้งโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ สำรวจพบเยาวชนไทยใช้ถุงยางแค่ 50% และสอบตกเรื่องความรู้การมีเพศสัมพันธ์ และจากการที่องค์การแพธและเครือข่ายต่างๆ จัดโครงการเลิฟแคร์ "กล้ารัก กล้าเช็ก" โดยเปิดคลินิกให้คำปรึกษาและบริการตรวจเช็กสุขภาพทางเพศแบบครบวงจรกับวัยรุ่น พบอัตราการติดเชื้อของวัยรุ่นในกรุงเทพฯที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ติดเชื้อเอชไอวี 1.6% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก
"ปัจจัยที่ทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากการค้าสมัยใหม่ที่สื่อและกระตุ้น เด็กให้มีเพศสัมพันธ์กันง่ายและมากขึ้น ทั้งผ่านโทรศัพท์ มือถือ อินเตอร์เน็ต รวมถึงการที่เด็กในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอยู่กันเป็นคู่มากขึ้น ทั้งยังมีทัศนคติเดิมๆ ที่คิดว่าโรคเอดส์เป็นเรื่องของคนกลุ่มเสี่ยง แต่จริงๆแล้ว เอชไอวีอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด" นพ.วัชระกล่าว
วันเดียวกัน นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงโครงการพัฒนาสติปัญญาเด็กไทยวัยเรียน อายุ 6-11 ขวบ มีเด็กเข้าร่วมโครงการ 1,732 คน ผลการดำเนินงานพบว่า 4 อันดับปัญหาด้านอารมณ์ และจิตใจของเด็ก ได้แก่ 1. ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน 2. ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว 3. ปัญหาสมาธิสั้น/ อยู่ไม่นิ่ง และ 4. ปัญหาด้านอารมณ์ ซึ่งกรมสุขภาพจิต ได้ให้การช่วยเหลือเด็กที่มีความเสี่ยง โดยการจัดกิจกรรมผ่านศูนย์การเรียนรู้ ผลปรากฏว่าเด็กดีขึ้น มีปัญหาลดลง
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังได้ร่วมกับ สสส. พัฒนาเครื่องมือวัดต้นทุนชีวิตเด็กวัยเรียน และดำเนินการสำรวจปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้มแข็งทางจิตใจของเด็ก เพื่อหาแนวทางพัฒนาความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ได้อย่างตรงจุด โดยการสำรวจเด็กวัยเรียน จำนวน 1,080 คน ใน 4 ภาค 9 จังหวัด ผลการสำรวจพบว่า เด็กไทยมีความเข้มแข็งภายในตนเอง ด้านคุณค่าของตน ร้อยละ 92.0 ด้านสติปัญญาการเรียนรู้ ร้อยละ 67.8 ส่วนปัจจัยเสริมความเข้มแข็งของเด็กจากภายนอก ได้แก่ การสนับสนุนจากครอบครัว ร้อยละ 61.5 จากเพื่อนและโรงเรียน ร้อยละ 58.6 และได้รับการสนับสนุนจากชุมชนเพียงร้อยละ 54.5
ขณะที่ พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับเพื่อนเป็นปัญหาที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการดำเนินชีวิตทางสังคม ของเด็ก หากเด็กไม่สามารถเข้าไปรวมกลุ่มเพื่อนที่จะร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ได้ จะทำให้เกิดความ เครียดจนหันเหไปอยู่กับกลุ่มที่สร้างปัญหาให้กับสังคม
จับสาวลาวขนยาบ้าล๊อตใหญ่20,000เม็ด
ตร.หนองคายรวบสาวลาวนำยาบ้า ซุกกระเป๋าสะพายขึ้นรถโดยสารเข้ากรุงเทพฯ ถูกตำรวจเรียกตรวจค้น พบยาบ้าคาตาแต่ยังปฏิเสธ ขยายผลตามผัวจากลาวมาให้จับ...
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (29 พ.ค.) ด.ต.อุดม อยู่ภักดี ผบ.หมู่ (ป.)ประจำด่านตรวจสองห้อง สภ.เมืองหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจสองห้อง ริมถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรธานี และได้เรียกตรวจรถโดยสารสายหนองคาย-กรุงเทพฯ ของบริษัทชาญทัวร์ เลขรถ 20-44 ทะเบียน 10-7335 ขอนแก่น มุ่งจากออกจาก จ.หนองคายไปยังกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ขึ้นรถตรวจผู้โดยสารทุกคน จนกระทั่งมาถึงเบาะเดี่ยว มีหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพัง ทราบชื่อภายหลังคือ นางบัววอน สีหาลาด อายุ 36 ปี ราษฎรบ้านโพนทันใต้ เมืองไชยเชษฐา นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลวางอยู่ใกล้ขา เจ้าหน้าที่ขออนุญาตตรวจค้นแต่นางบัววอนแสดงท่าทางมีพิรุธไม่อยากให้ตรวจ พยายามดึงเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีขาวมาปิดกระเป๋าไว้ ตรวจค้นภายในกระเป๋าพบยาบ้าบรรจุในถุงยางอนามัยจำนวน 70 ถุง รวม 20,000 เม็ด เงินสด 25,360 บาท เงินลาว 842,500 กีบ จึงได้ควบคุมตัวนางบัววอน มาสอบสวนที่สภ.เมืองหนองคาย
ต่อมา พล.ต.ต.พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รองผกก.(สส.), พ.ต.ท.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี รองผกก.(ป.), พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนนางบัววอน โดยนางบัววอนให้การปฏิเสธว่ายาบ้าดังกล่าวไม่ใช่ของตน แต่เจ้าหน้าที่ได้สอบพยานหลายปาก โดยเฉพาะนางปวริศา ณครังสุ อายุ 28 ปี พนักงานขายตั๋วรถบริษัทชาญทัวร์ ให้การว่า นางบัววอน มักจะมาซื้อตั๋วรถเข้ากรุงเทพฯ เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง โดยทุกครั้งนางบัววอนจะสวมใส่เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีขาวตัวที่ซุกไว้ใน กระเป๋า และในครั้งนี้ขณะที่นางบัววอน ขึ้นรถ พนักงานต้อนรับชายอีกคนหนึ่งจะช่วยถือกระเป๋าแต่นางบัววอนไม่ให้ช่วยบอกจะถือเอง และจะถือกระเป๋าติดตัวอยู่ตลอดเวลา
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยให้นางบัววอน โทรศัพท์ติดต่อกับท้าวคำหล้า สีลาลาด อายุ 38 ปี สามีชาวลาว ให้เดินทางมาพบที่ จ.หนองคาย ซึ่งท้าวคำหล้า ได้ขับรถยนต์โตโยต้า พราโด สีทอง ทะเบียน กย 9555 กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ มาพบบริเวณที่นัดหมาย ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวและนำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองหนองคาย
เบื้องต้นทั้งนางบัววอน และท้าวคำหล้า ยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งจากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่พบเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานางบัววอนไว้ก่อน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (29 พ.ค.) ด.ต.อุดม อยู่ภักดี ผบ.หมู่ (ป.)ประจำด่านตรวจสองห้อง สภ.เมืองหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจสองห้อง ริมถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรธานี และได้เรียกตรวจรถโดยสารสายหนองคาย-กรุงเทพฯ ของบริษัทชาญทัวร์ เลขรถ 20-44 ทะเบียน 10-7335 ขอนแก่น มุ่งจากออกจาก จ.หนองคายไปยังกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ขึ้นรถตรวจผู้โดยสารทุกคน จนกระทั่งมาถึงเบาะเดี่ยว มีหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่เพียงลำพัง ทราบชื่อภายหลังคือ นางบัววอน สีหาลาด อายุ 36 ปี ราษฎรบ้านโพนทันใต้ เมืองไชยเชษฐา นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มีกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลวางอยู่ใกล้ขา เจ้าหน้าที่ขออนุญาตตรวจค้นแต่นางบัววอนแสดงท่าทางมีพิรุธไม่อยากให้ตรวจ พยายามดึงเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีขาวมาปิดกระเป๋าไว้ ตรวจค้นภายในกระเป๋าพบยาบ้าบรรจุในถุงยางอนามัยจำนวน 70 ถุง รวม 20,000 เม็ด เงินสด 25,360 บาท เงินลาว 842,500 กีบ จึงได้ควบคุมตัวนางบัววอน มาสอบสวนที่สภ.เมืองหนองคาย
ต่อมา พล.ต.ต.พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รองผกก.(สส.), พ.ต.ท.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี รองผกก.(ป.), พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนนางบัววอน โดยนางบัววอนให้การปฏิเสธว่ายาบ้าดังกล่าวไม่ใช่ของตน แต่เจ้าหน้าที่ได้สอบพยานหลายปาก โดยเฉพาะนางปวริศา ณครังสุ อายุ 28 ปี พนักงานขายตั๋วรถบริษัทชาญทัวร์ ให้การว่า นางบัววอน มักจะมาซื้อตั๋วรถเข้ากรุงเทพฯ เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง โดยทุกครั้งนางบัววอนจะสวมใส่เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีขาวตัวที่ซุกไว้ใน กระเป๋า และในครั้งนี้ขณะที่นางบัววอน ขึ้นรถ พนักงานต้อนรับชายอีกคนหนึ่งจะช่วยถือกระเป๋าแต่นางบัววอนไม่ให้ช่วยบอกจะถือเอง และจะถือกระเป๋าติดตัวอยู่ตลอดเวลา
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลโดยให้นางบัววอน โทรศัพท์ติดต่อกับท้าวคำหล้า สีลาลาด อายุ 38 ปี สามีชาวลาว ให้เดินทางมาพบที่ จ.หนองคาย ซึ่งท้าวคำหล้า ได้ขับรถยนต์โตโยต้า พราโด สีทอง ทะเบียน กย 9555 กำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ มาพบบริเวณที่นัดหมาย ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัวและนำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองหนองคาย
เบื้องต้นทั้งนางบัววอน และท้าวคำหล้า ยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งจากพยานแวดล้อมและหลักฐานที่พบเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานางบัววอนไว้ก่อน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)